ประวัติเจ้าพระยาฯ      
              
Image

               เจ้าพระยาราชสุภาวดี ( สิงห์ สิงหเสนี ) เดิมชื่อสิงห์ เป็นบุตรคนที่สี่ของเจ้าพระยาอภัยราชา ( ปิ่น ) และท่านผู้หญิงฟัก เกิดวันพุธ เดือนยี่ ปีระกา ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาคราช ที่บ้านริมคลองรอบกรุง ด้านตะวันออก ตอนเชิงสะพานข้างโรงสี หน้ากระทรวงมหาดไทย

ประวัติการรับราชการ
                เริ่มรับราชการเป็นมหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้บรรดาศักดิ์เป็น จมื่นเสมอใจราช ถึงสมัยรัชกาลที่ 2 ได้บรรดาศักดิ์เป็นพระพรหมสุรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจขวา ต่อมาได้เป็นราชโยธา เมื่อกลับจากศึกเขมรได้เป็นพระนาเกษตรรักษา เจ้ากรมนาฝ่ายพระราชวังบวร  ในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นช่วงชีวิตท่านมีความรุ่งเรือง และมีผลงานจากหน้าที่ราชการมากที่สุด ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาราชสุภาวดี ว่าที่สมุหนายก เมื่อ พ.ศ.2369 เลื่อนเป็นเจ้าพระยาราชสุภาวดี ว่าที่สมุหนายก เมื่อปี พ.ศ.2370 และภายหลังเป็นแม่ทัพปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ เวียงจันทร์ จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาบดินทรเดชา สมุหนายก เมื่อ พ.ศ.2372 เมื่อมีอายุย่าง 53 ปี หลังจากนั้นได้เป็นแม่ทัพใหญ่ ช่วยป้องกันเขมรจากญวน สำเร็จตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 3 นำเกียรติคุณมาสู่ทหารอย่างมาก ท่านต้องใช้เวลาถึง 15 ปีที่ต้องตรากตรำทำศึกสงครามอยู่ ณ ต่างแดน จนสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยสร้างความมั่นคงเป็นปีกแผ่นให้แก่แผ่นดิน
                นอกจากนี้ในด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ท่านยังได้ปฏิสังขรณ์วัดจักรวรรดิราชาวาสวัดพรหมสุรินทร์ วัดช่างทอง และวัดวรนายกรังสรรค์ ยกที่บ้านถวายเป็นวัดและสร้างโบสถ์วิหารการเปรียญเสนาสนะที่วัดตึก และสร้างวัดต่างๆ ได้แก่ วัดเทพลีลา วัดพระยาทำ วัดหลวงบดินทร์ วัดแจ้งวัดโรงเกวียน
                ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา ถึงแก่อสัญญกรรมด้วยโรคปัจจุบัน ( อหิวาห์ตกโรค ) เมื่อวันที่24 มิถุนายน 2392 รวมสิริอายุ 72 ปี ที่ริมคลองโอ่งอ่าง ซึ่งเป็นบ้านที่ได้รับพระราชทานในครั้งหลังสุด

 Image

                คุณความดีของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้สร้างไว้นานานับประการ ไม่เฉพาะแก่แผ่นดินไทยเท่านั้น ท่านยังได้สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในเขมร จนเป็นที่เคารพรักของชาวไทยชาวเขมรซึ่งแม้จะเป็นเพียงประเทศราช เห็นได้จากหลังจากที่ท่านได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว องค์หริรักษ์ พระเจ้ากรุงกัมพูชา
 ( นักองด้วง ) โปรดให้สร้างรูปปั้นไว้ที่วัดโพธาราม ในเมืองอุดรมีชัย เพื่อเป็นที่เคารพและรำลึกในบุญคุณ ทางราชการไทยเองได้สร้างอนุสาวรีย์ในสถานที่ราชการหลายแห่ง อาทิ       ค่ายเจ้าพระยาบดินทรเดชา กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 จังหวัดจันทบุรี   ค่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดี(สิงห์   สิงหเสนี) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12  จังหวัดสระแก้ว

Additional information